Uncategorized

สิ่งที่เรียกว่า “สติ”

“ความรู้สึกระลึกได้ว่าอะไรเป็นอะไร หรือเรียกสั้นๆว่า “สติ” นั้น เป็นสิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง ที่จะทำให้บุคคลหยุดพิจารณาก่อนที่จะทำ จะพูด และแม้แต่จะคิดสิ่งใดสิ่งหนึ่งว่า สิ่งนั้นดีหรือชั่ว มีคุณ มีประโยชน์ หรือเสียหาย ควรกระทำ หรือควรงดเว้นอย่างไร
เมื่อยั้งคิดได้ก็จะช่วยให้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างอย่างละเอียด ประณีต และสามารถกลั่นกรองเอาสิ่งที่ไม่เป็นสาระไม่เป็นประโยชน์ออได้หมด คงเหลือแต่เนื้อแท้ที่ถูกต้องและเป็นธรรม ซึ่งเป็นของอันควรคิด ควรพูด ควรทำ แท้ๆ”
๑๔
จิตที่มีเมตตามีพลังมาก
“ผู้ที่มีจิตใจเมตตากรุณา หมายถึงการที่จะมีจิตใจเห็นใจผู้อื่นมีจิตใจที่จะเห็นถึงความเดือดร้อน เราจะต้องช่วยเหลือ จิตใจนี้ก็เป็นจิตใจที่มีกำลังมาก ทั้งอ่อนโยนมาก
จิตใจนี้เป็นปัจจัยที่ทำให้งานทุกอย่างก้าวหน้าได้ เพราะว่าถ้าคนที่มีเมตตากรุณาในใจ และเผื่อแผ่ต่อผู้อื่น หมายความวู้นั้นเป็นฉลาด หมายความว่าคนนั้นเป็นคนที่อ่อนโยน ที่เห็นอะไรๆได้ชัด เมื่อคนเรามีความอ่อนโยนและมีความละเอียดอ่อน และเห็นอะไรได้ชัด ก็ย่อมจะทำงานของตนที่กำลังทำด้วยความก้าวหน้านั้นสำเร็จลุล่วงไปได้”

วัตรปฏิบัติของชาวพุทธ

๑๐

วัตรปฏิบัติของชาวพุทธ

“ผู้ที่นับถือพุทธศาสนา ไม่ว่าจะเป็นชาติเชื้อใด และแม้อยู่ในนิกายใด ล้วนถือแนวทางปฏิบัติในกาย วาจา ใจ เป็นอย่างเดียวกัน

คือย่อมพยายามอยู่ทุกเมื่อที่จะรักษา กาย วาจา ใจ ให้สะอวด และควบคุมประคองใจให้สงบ ด้วยความมีสติรู้ตัวอยู่ตลอดเวลา

ชาวพุทธที่แท้อยู่ ณ ที่ใดย่อมทำให้ที่นั่นสงบร่มเย็น มีแต่ความปรองดองและสร้างสรรค์”

๑๑

ความจริงไม่ผันแปร

“พระพุทธศาสนานั้น ถ้าหมายถึงคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแท้ๆนั้น ก็หาอันตรายมิได้ ไม่มีผู้ใด หรือ เหตุผลใดๆ จะเบียดทำลายได้เลย

เพราะคำสั่งสอนของพระบรมศาสดาเป็นธรรมะ คือหลักความจริงที่คงความเจริญอยู่ตลอดกาลทุกเมื่อ ไม่มีแปรผัน”

๑๒

ใจที่มีปัญญา ควบคุมทุกข์ได้

“พระพุทธเจ้าท่านสอนว่า สิ่งที่สำคัญที่สุด ถึงเรียกว่าเป็น อริยสัจ 4 อย่างที่เป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเราทำบุญด้วยประการทั้งปวง คือทำดีด้วยความตั้งใจดี ล้วนก็มีปีติขึ้นมา ได้รับผลของบุญแล้ว เราทำสูงขึ้นไป ทำต่อไป คิดให้ดีๆ จะเกิดสิ่งที่เรียกว่าปัญญา หรือความรู้

ปัญญานี้ไมได้หมายความว่า ใครไปเรียนแล้วกลับมาได้ดอกต้งดอกเตอร์อะไร นั่นไม่ใช่ แต่นั่นก็เป็นปัญญาอย่างหนึ่ง แต่เป็นความรู้ ความรู้ที่โลกเขาใช้ แต่ปัญญาจริงๆนั้น เห็นอะไรจริงๆ ที่ใจจริงๆ ถ้าเราทำบุญจะค่อยๆเห็นความจริง เป็นปัญญา เราจะสามารถที่จะควบคุมการเกิดทุกข์ได้ที่ใจ”

เหตุแห่งความเจริญ

เหตุแห่งความเจริญ

“ความเจริญของคนทั้งหลายนั้น ย่อมเกิดมาจากการ ประพฤติธรรม และการหาเลี้ยงชีพชอบ เป็นหลักสำคัญผู้ที่สามารถประพฤติชอบและหาเลี้ยงชีพชอบได้ด้วยนั้นย่อมจะต้องมีทั้งความรู้หลักธรรมทางศาสนา เพราะสิ่งแรกที่เป็นปัจจัยสำหรับส่งเสริมความพฤติและการปฏิบัติการงานให้ชอบคือถูกต้องและความเป็นธรรม ก็คือหลักสองประการนี้

เพราะฉะนั้นวิชาการกับหลักธรรมทางศาสนา หากมีประกอบกันพร้อมอยู่ในตัวของผู้ใด ผู้นั้นจะประสบความสุขสำเร็จในชีวิตโดยสมบูรณ์”

 

ปฏิบัติให้เที่ยงธรรม

“ข้าพเจ้าปรารถนาเป็นอย่างยิ่งว่าที่จะเห็นท่านทั้งหลายฝึกฟัดตนให้เป็นคนกล้า คือ กล้าที่จะปฏิบัติให้เป็นไปตามความถูกต้อง ทั้งตามกฎหมายและศีลธรรม โดยไม่หวั่นไหวต่ออิทธิพลหรืออคติใดๆทั้งหมด ให้เป็นคนมั่นคงสุจริต และความถูกต้องตามครรลองคลองธรรม ไม่ปล่อยให้ความสุจริตธรรมถูกข่มขี่ให้มัวหมองได้

ทั้งนี้เพื่อท่านทั้งหลายจักได้สามารถกำจัดสิ่งที่เรียกว่าช่องโหว่ในกฎหมายให้บรรเทาเบาบางและหมดสิ้นไป และทำให้การใช้กฎหมายเป็นไปตามวัตถุประสงค์อันสูงส่ง ตามที่มุ่งหมายไว้”

วินัยที่ขาวพุทธพึงปฏิบัติ

วินัยที่ขาวพุทธพึงปฏิบัติ

“ทุกคนที่ถือตัวว่าเป็นชาวพุทธ จะต้องสนใจศึกษาพระพุทธศาสนาตามภูมิปัญญา ความสามารถ และ โอกาสของตนที่มีอยู่ เพื่อให้เกิดความรู้และความเข้าใจที่กระจ่างถูกต้องในหลักธรรม
และเมื่อศึกษาเข้าใจแล้วเห็นประโยชน์แล้ว ก็น้อมนำมาปฏิบัติในกิจวัตรและในกิจการของตน เพื่อให้ได้รับผล คือความสุข ความสงบร่มเย็น และความเจริญงอกงามในชีวิตเพิ่มพูนขึ้นเป็นลำดับ ตามขีดความสามารถและความประพฤติของแต่ละคน”

 

หมั่นทำบุญเจริญภาวนา

“ที่ว่าบุญนั้นนะ ก็อยู่ในข้อที่เรียกว่าทำทนแล้วก็ที่ถูกนั้นทำบุญแล้วก็พยายามทำอะไรที่ดีที่ถูกต้อง ที่สวยงาม ที่สุจริต ที่ ไม่ทำให้เดือดร้อนก็เป็นศีล แล้วเมื่อมีศีลแล้ว เราก็สามารถที่จะทำ เมื่อมีสมาธิแล้วก็ภาวนาอยู่ตลอดทุกวันติดต่อไป มันก็เกิดปัญญา

พระท่านสรุปเสมอว่า ศีล สมาธิ ปัญญา นี้ก็คือการสรุป ของมรรครวมกันเราก็ได้อริยสัจที่ ๔ เมื่อเราได้อริยสัจที่ ๔ แล้ว เราก็จะได้อริยะสัจที่ ๓ เพราะถ้ามีปัญญา แล้วก็หลุดพ้นหมายความว่าเข้าใจอันนี้แล้ว ก็ไปเข้าใจถึงขั้นสูง คือ อริยสัจ ๔ ไม่ใช่เล่น”

 

ดำรงชีวิตด้วยความไม่ประมาท

“วิถีชีวิตของมนุษย์นั้น จะให้มีแต่ความปรกติสุขอย่างเดียว ไม่ได้ จะต้องมีทุกข์ มีภัย มีอุปสรรค ผ่านเข้ามาด้วยเสมอ ยากที่จะหลีกเลี่ยงพ้น

ข้อสำคัญนั้นอยู่ที่ ทุกๆ คนจะต้องเตรียมกาย เตรียมใจ และ เตรียมการไว้ให้พร้อมในทุกเวลา เพื่อเผชิญและแก้ไขความไม่ปกติความเดือดร้อนนั้น ด้วยความไม่ประมาท ด้วยเหตุผล ด้วยหลักวิชา และความสามัคคีธรรม จึงจะผ่อนหนักให้เป็นเบา และกลับร้ายให้กลายเป็นดี”

พระบรมราโชวาท

 

พระราชดำรัสพระราชทาน เมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๑๖

…พระพุทธศาสนา… ชี้ทางดำเนินชีวิตที่ปราศจากโทษ ช่วยให้เกิดความเจริญร่มเย็นได้อย่างแท้จริง เพราะมีคำสอนที่มีลักษณะพิเศษ ประเสริฐ ในการที่อาศัยเหตุผลอันถูกต้องเที่ยงตรง ตามความเป็นจริงพื้นฐานและแสดงคำอธิบายที่ครบถ้วน ชัดเจน อันบุคคลสามารถใช้ปัญญาไตร่ตรองความ และหยิบยกขึ้นปฏิบัติ เพื่อให้ควาทสุขความเจริญและความบริสุทธิ์ ได้ความสามารถและอัธยาศัยของตนๆ จึงเป็นศาสนาที่เข้ากับหลักวิทยาศาสตร์ และเป็นประโยชน์ได้แท้จริงแก่ทุกคน

 

สมาธิในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดย พลตำรวจเอกวสิษฐ เดชกุญชร

ครั้งแรกที่ทราบว่า… พระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติธรรมนั้น คือผมเข้าไปอยู่ในวัง …ความจริง… ผมเข้าไปอยู่ในวังตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ.๒๕๑๓ คือในปี ๒๕๑๐ ผมเริ่มข้าเผ้าทูลละอองธุลีพระบาทแต่ตอนนั้นยังปฏิบัติหน้าที่อยู่นอกวัง ได้รับคำสั่งให้เข้าเฝ้าเพื่อตามเสด็จ เวลาเสด็จ ไปเยี่ยมตำรวจทหาร เป็นบางครั้งบางคราว ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ ผมจึงได้รับแต่งตั้งให้เป็น นายตำรวจราชสำนักประจำ …หมายความว่า… ได้เข้าไปอยู่ประจำหน้าที่ในราชสำนัก พอเข้าไปถึงจึงได้รู้ทันทีว่า พรเจ้าอยู่หัวทางปฏิบัติเจริญสมาธิอยู่เสมอ

 

ความสนใจในการปฏิบัติสมาธิ

ความจริงตัวผมเอง ก็มีความสนใจเกี่ยวกับการปฏิบัติสมาธิ มาก่อนหน้าที่จะมีโอกาสเข้าไปอยู่ในวัง แต่ว่าไม่มีโอกาสปฏิบัติอย่างจริงจัง     ครั้งพอได้เข้าไปอยู่ในวัง เข้าไปได้เห็นว่า…. พระเจ้าอยู่หัวทางปฏิบัติ …และ… เห็นนายตำรวจ นายทหาร หลายๆท่าน ที่รับราชการอยุ่ใกล้กัน เขาปฏิบัติกัน เจริญรอยตามพระยุคลบาท พากันฝึกสมาธิอย่างขะมักเขมัน ผมจึงถือโอกาสลงมือปฏิบัติตาม

ทรงพระกรุณาแนะนำเรื่องสมาธิเสมอ

หลังจากที่พวกเราลงมือปฏิบัติกันแล้วเวลามีโอกาสเข้าเฝ้าทูลละออกธุลีพระบาท พระเข้าอยู่หัวจะทรงกรุณารับสั่งเรื่องสมาธิกับพวกเราเสอม …และ… พระราชทานคำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องนี้ทุกครั้ง ซึ่งผมก็ยังจำได้ และนำวิธีฝึกปฏิบัติของพระเจ้าอยู่หัว มาฝึกปฏิบัติตามอย่างสม่ำเสมอ เกี่ยวกับการปฏิบัติสมาธิของผมนั้นมีปัญหาว่าเมื่อตอนหัดใหม่ๆ ผมไม่มีครู ผมหัดจากหนังสือ และหนังสือที่ใช่เป็นหลัก คือ หนังสือของท่านพุทธทาสภิกขุ โดยใช้วิธีอานาปานสติ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

พระมหากษัตริย์ ยอดนักปฏิบัติธรรม

ปฐมบรมราชโองการ

     พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงคุณธรรมอันประเสริฐ ทรงเป็นพระธรรมิกราชา ได้ทรงยึดมั่นในทศพิธราชธรรมอย่างเคร่งครัดตลอดเวลา

ทศพิธราชธรรมที่ทรงปฏิบัติได้แก่ ทาน คือการให้ ศีล คือการตั้งสังวร รักษากาย วาจา ให้สะอาด ปราศจากโทษ ปริจจาคะ คือการบริจาค อาชวะ คือ ความไม่โกรธ อวิหิงสา คือความไม่เบียดเบียนมนุษย์และสัตว์ ขันติ คือความอดทน อวิโรธนะ คือความเที่ยงธรรม

เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงประกอบราชพิธีบรมราชาภิเษกเป้นพระมหากษัตริย์องค์ที่ ๙ แห่งพระบรมราชวงศ์จักรี ในวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ พระองค์ได้ทรงเปล่งพระธรรมิกราชวาจา เป็นปฐมบรมราชโองการว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

      พระบรมราโชวาท
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ ยอดนักปฏิบัติธรรม

  • แนวแห่งการดำเนินชีวิต

“ในการดำเนินชีวิตของเรา เราต้องข่มใจไม่กระทำสิ่งใดๆ ที่เรารู้สึกด้วยใจจริงว่าชั่ว ว่าเสื่อม เราต้องฝืนต้องต้านความคิด และความประพฤติทุกอย่างที่ใจรู้ว่าขัดกับธรรมะ เราต้องกล้าและบากบั่นที่จะกระทำสิ่งที่เราทราบว่าเป็นความดี เป้นความถูกต้อง และเป็นธรรม ถ้าเราร่วมกันทำเช่นนี้ให้ได้จริงๆ ให้ผลของความดีบังเกิดมากๆขึ้น ก็จะช่วยค้ำจนส่วนรวมไว้มิให้เสื่อมลงไป และจะช่วยให้ฟื้นคืนดีขึ้นได้เป็นลำดับ”

 

  • ความเพียรที่ส่งผลแท้จริง

“ความเพียรนี่ หมายความว่า ไม่ใช่แค่เพียงความเพียรในการทำงานเท่านั้น แต่หมายถึงความเพียรที่จะข่มใจตัวเองด้วย ความกล้าหาญที่จะข่มใจตัวเองให้ทน ไม่ใช่อดทนแล้วก็เหมือนว่าทำก็ทำไป เราอดทนไว้ เท่ากับคนอื่นเขาเอาเปรียบ เราไม่ใช่อดทนที่จะไม่เห็นผล อดทนจะทราบว่าสิ่งใดที่เราต้องใช้เวลา ถ้าเราอดทนหรือพูดธรรมดาๆว่า “เหนียว” ไว้ อดทนในความดี ทำให้ดี เหนียวไว้ในความดีแล้ว ภายภาคหน้าจักได้ผลอย่างแน่นอน”